สายพันธุ์โควิด-19 รู้ทันไวรัสโคโรนา 2019 หรือ สายพันธุ์โควิด-19 ต่าง ๆ

สายพันโควิด1

ขอบคุณภาพจาก https://www.thairath.co.th/news/politic/2022845

สายพันธุ์โควิด-19 หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Coronavirus Disease Starting in 2019 (COVID-19) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากไวรัสโคโรนา  ซึ่งมีการอุบัติใหม่และถูกค้นพบการแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีนในช่วงเดือนธันวาคม 2019 จนในขณะนี้มีการแพร่ระบาดใหญ่ไปทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้นมีการพัฒนา สายพันธุ์โควิด-19 หลายสายพันธุ์ ได้แก่ S,L,G,V,GH,GR,O,B 

โควิด-19 สายพันธุ์เอส S (Serine) มีจุดเริ่มต้นของการแพร่ระบาดในประเทศจีน และเข้ามาระบาดในประเทศไทยช่วงประมาณเดือนมีนาคม พ.ศ.2563 โดยอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เอส S ส่วนใหญ่จะแสดงอาการหลังได้รับเชื้อ 2-14 วัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง ไอ และหายใจลำบาก 

ขณะที่โควิด-19 สายพันธุ์ L (Leucine) พบการแพร่ระบาดนอกประเทศจีนสูงโดยเฉพาะในแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีสายพันธุ์ที่แยกย่อยออกไป ได้แก่ สายพันธุ์ G (Glycine) และสายพันธุ์ V โดยสายพันธุ์ G ยังถูกแบ่งออกเป็น GH,GR ที่พบว่ามีการระบาดหนักทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยก่อนหน้านี้ด้วย

นอกจากนี้ โควิด-19 ยังมีสายพันธุ์ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เช่น สายพันธุ์ B หรือ SARS-CoV-2 VUI 202012/01 ซึ่งมีต้นกำเนิดการกลายพันธุ์มาจากประเทศอังกฤษ และพบการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ B.1.1.7(GR,G) ที่พบครั้งแรกในอังกฤษช่วงกันยายน 2563 สายพันธุ์ B.1.351(GH,G) พบครั้งแรกในประเทศแอฟริกาใต้ช่วงเดือนตุลาคม 2563 และไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ P.1(GR) พบครั้งแรกในประเทศบราซิลช่วงธันวาคม 2563 และสายพันธุ์ B1617 ซึ่งพบในประเทศอินเดีย

โควิด-19 สายพันธุ์อังกฤษ (B.1.1.7) พบการแพร่ระบาดครัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ โดยผู้ป่วยมักไม่แสดงอาการแต่มีปริมาณเชื้อในร่างกายสูง มีการติดเชื้อง่ายกว่าสายพันธุ์ธรรมดาถึง 1.7 เท่า อาการส่วนใหญ่ที่พบเหมือนกับโควิด-19 สายพันธุ์ธรรมดา แต่มีระยะฟักตัวของเชื้อนานกว่า 14 วัน มีไข้สูง หนาวสั่น ไอ หายใจลำบาก สูญเสียการได้กลิ่น เจ็บคอ มีน้ำมูก อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย อาเจียนและท้องเสีย บางกรณีอาจมีตาแดงและผื่นแดง เป็นต้น

ขณะเดียวกันไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์แอฟริกา B.1.351 (GH,G) พบการติดเชื้อง่าย ทำให้ประสิทธิภาพชองวัคซีนลดลง เช่นเดียวกับโควิด-19 สายพันธุ์บราซิล P.1(GR) ซึ่งเป็นที่น่ากังวลอย่างมาก เพราะนอกจากสามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ธรรมดาแล้ว ยังพบว่าผู้ป่วยที่เคยได้รับเชื้อและรักษาจนหาย มีโอกาสติดเชื้อซ้ำและเสียชีวิตสูง

สายพันโควิด2

ขอบคุณภาพจาก infoquest.co.th/2021/78490

อย่างไรก็ตาม ยังมีโควิด-19 สายพันธุ์อินเดีย B1617 ซึ่งเป็นที่จับตามองถึงความรุนแรงของเชื้อหากมีการแพร่ระบาดเข้ามาสู่ประเทศไทย เนื่องจากสามารถแพร่ระบาดและกระจายตัวได้อย่างรวดเร็วและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนใส่หน้ากาก รักษาระยะห่าง และล้างมือบ่อย ๆ เพื่อช่วยกันหยุดยั้งวงจรการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019