การจัดสรรวัคซีนโควิด-19
https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fwww.praram9.com

จากการอัพเดตข่าวสถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้การแพร่เชื้อของไวรัสโคโรน่า โควิด-19 ยังคงระบาดอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงต้องรีบนำเข้าวัคซีนเพื่อมาฉีดวัคซีนให้ประชาชนให้เร็วที่สุด เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ เพราะตอนนี้ยังไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ การที่เราหยุดดำเนินกิจกรรมต่างๆจากมาตรการ ล็อกดาวน์ ทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยหยุดชะงัก ส่งผลให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนขาดรายได้ การเงินของประชาชนในครัวเรือนมีปัญหา เหตุนี้รัฐบาลจึงจำเป็นที่จะต้องนำเข้าวัคซีนที่มีคุณภาพมาฉีดให้เร็วและครอบคลุมประชาชนทุกคน แต่เป็นที่ทราบกันดีว่าการสั่งซื้อวัคซีนของรัฐบาลไทยมีความล่าช้าอย่างมาก เราจึงจำเป็นที่จะต้องจับตามองการสั่งซื้อและการจัดสรรวัคซีนให้เหมาะสมกับสถานการณ์โควิด-19ในปัจจุบัน

การจัดสรรวัคซีนโควิด-19
https://web.facebook.com/informationcovid19/photos/a.106455480972785/

รัฐบาลมีนโยบายที่จะฉีดวัคซีนให้กับประชาชนคนไทยทุกคน โดยมีเป้าหมายว่าจะฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชนให้ครบ 70 เปอร์เซ็นของประชากรทั้งหมดภายในปี 2564 จากการอัพเดตข่าวสถานการณ์โควิด-19 ตอนนี้ประเทศไทยมีวัคซีน โควิด-19 ทั้งหมดเพียง 63 ล้านโดสเท่านั้น ซึ่งรวมกับ 23 กว่าล้านโดสที่ฉีดให้กับประชาชนไปแล้ว รัฐบาลจึงจำเป็นที่จะต้องวางแผนจัดสรรวัคซีนทั้งไฟเซอร์(Pfizer) ซิโนแวค(Sinovac) โมเดอร์นา(Moderna) แอสตร้าเซนเนก้า(AstraZeneca)ซิโนฟาร์ม(Sinopharm) ที่มีอยู่ตอนนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์มากที่สุด โดยที่จะต้องมุ่งไปที่บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรด่านหน้าเพื่อปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงประชาชนที่มีโรคประจำตัว 7 โรค เพราะประชาชนผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อและเสียชีวิตได้มากกว่าคนทั่วไป  

การจัดสรรวัคซีนโควิด-19
https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fworkpointtoday

ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข อัพเดตข่าวสถานการณ์โควิด-19 การปรับเกณฑ์ให้บุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรด่านหน้าให้รับวัคซีนไฟเซอร์(Pfizer)  รวมถึงประชาชนกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปและกลุ่มประชาชนที่มีโรค 7 โรคเรื้อรัง คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และโรคเบาหวาน สามารถลงทะเบียนรับวัคซีนได้ฟรีหรือสามารถนำบัตรประชาชนไปยื่นตามจุดที่ให้บริการฉีดวัคซีน-19 เพื่อรับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า(AstraZeneca) ส่วนประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนรับวัคซีนซิโนแวค(Sinovac) หรือแอสตร้าเซนเนก้า(AstraZeneca) ตามที่รัฐบาลได้จัดสรรไว้ให้ได้แอพพลิเคชั่นหมอพร้อม ไทยร่วมใจ เป๋าตังค์ หรือเว็บไซต์ของราชการที่จัดสรรไปยังพื้นที่ในแต่ละจังหวัดได้เลย

แต่เนื่องจากตอนนี้การนำเข้าวัคซีนของประเทศไทยยังไม่เพียงพอต่อประชากรทั้งหมด รัฐบาลจึงอัพเดตข่าวสถานการณ์ โควิด-19 ให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนทางเลือกทั้งโมเดอร์นา(Moderna) ซิโนฟาร์ม(Sinopharm) เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนและยังให้สถานการณ์ฉีดวัคซีนของประชาชนเพิ่มมากขึ้น ส่วนใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนหรือไม่สามารถลงทะเบียนรับวัคซีน-19ได้ตามเวลาที่กำหนด อาจจะต้องรอติดตามสถานการณ์วัคซีนโควิด-19กันต่อไป