การป้องกันโควิด19 และปฏิบัติตัวในสถานการณ์โควิด-19

การป้องกัน1

ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 สิ่งที่ประชาชนควรจะต้องตระหนักและตื่นรู้มากที่สุด คือ วิธี การป้องกันโควิด19 และการปฏิบัติตัวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค
โควิด-19 ซึ่งกำลังระบาดอย่างหนักในประเทศไทย 

การป้องกัน2

โดยแนวทางการปฏิบัติตัวสำหรับประชาชนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดโรคโควิด19 ได้แก่ เด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคอ้วนหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคภูมิแพ้และระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเสียชีวิตได้มากกว่าคนปกติ ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยง จึงมีวิธีการป้องกันและปฏิบัติตนดังนี้

การป้องกัน3
  1. ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ควรออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น และรักษาระยะห่างจากผู้อื่น 1-2 เมตร ขณะเดียวกันให้หลีกเลี่ยงพื้นที่แพร่ระบาด สถานที่แออัด พื้นที่ปิด โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งมีผู้คนหนาแน่น กรณีที่จำเป็นต้องใช้รถโดยสารสาธารณะควรหลีกเลี่ยงชั่วโมงเร่งด่วนซึ่งมีผู้คนโดยสารหนาแน่น หากจำเป็นต้องซ้อนรถจักรยานยนต์ก็ควรนั่งหันข้าง
  2. สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา เมื่อต้องออกนอกบ้าน เนื่องจากไวรัสโคโรนาสามารถติดต่อได้ผ่านทางลมหายใจ สารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก น้ำลาย เป็นต้น
  3. รับประทานอาหารที่ปรุงสุกเสมอ หลีกเลี่ยงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เพื่อลดการติดเชื้อ หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน รวมถึงไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  4. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลแอกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้น 70% ขึ้นไป หรือล้างมือด้วยสบู่ และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคก่อนรับประทานอาหาร และอย่าลืมล้างมือให้สะอาดทุกครั้งเมื่อมีการใช้ห้องน้ำ ไอ จาม หรือสัมผัสจุดเสี่ยงที่มีคนจำนวนมากสัมผัส เช่น ลูกบิดประตู ราวจับบันได ปุ่มกดลิฟต์ เป็นต้น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงที่ตา หู จมูก ปาก 
  5. ในกรณีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น มีโรคประจำตัว หากมีการนัดติดตามอาการจากแพทย์ กรณีอาการไม่รุนแรงควรเลื่อนนัด และขอรับยามารับประทานที่บ้าน เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
    โควิด-19 เช่นเดียวกันกับเด็กเล็กห้ามออกจากบ้าน เว้นแต่มีความจำเป็นให้ออกจากบ้านได้น้อยที่สุดและใช้เวลานอกบ้านให้สั้นที่สุด
  6. ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นสังเกตอาการของตนเองอยู่เสมอ หากตนเองมีการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้กักตัวเองเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วัน เพื่อดูอาการ หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ให้ประสานงานกับโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการตรวจเชื้อทันที

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงและได้เข้ารับการตรวจเชื้อโควิด-19 ระหว่างรอฟังผลการตรวจเชื้อที่บ้าน ควรกักตัวเองออกจากสมาชิกภายในบ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่สมาชิกในครอบครัวจนกว่าผลการตรวจเชื้อจะออก ในระหว่างนี้ควรใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา รับประทานอาหาร และใช้ห้องน้ำแยกกับสมาชิกคนอื่น ๆ ด้วย เนื่องจากไวรัสโคโรนา 2019 สามารถติดต่อได้ทางสารคัดหลั่ง

สำหรับกรณีการแพร่ระบาดระลอกที่ 2 ของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อังกฤษ โดยส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วยเมื่อได้รับเชื้อมักไม่แสดงอาการและมีระยะเวลาในการฟักตัวของเชื้อนานกว่า 14 วัน หากเป็นเช่นนี้เมื่อมีการตรวจเชื้อในครั้งแรกไม่พบอาจจำเป็นต้องกักตัวเองจนกว่าจะครบ 14 วันเพื่อสังเกตอาการและตรวจเชื้อซ้ำอีกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด